Fiction

[Fic+bsr] อัพฉลองเทศกาล~

posted on 07 Jul 2009 22:16 by zeraph  in Fiction

 

ลงฟิกฉลองเทศกาลทานาบาตะครับ (ปกติไม่เคยคิดจะทำอะไรในวันนี้มาก่อน (lol)

จากการลังเลอยู่นานว่าจะเป็นแฟนฟิคหรือออริจินัลดี

สุดท้ายก็ลงที่ฟิกออริจินัลนี่แหละครับ

คนที่ไม่เคยอ่านอาจจะงง(ไม่)หน่อยเรื่องปกติ...

เพราะคนแต่งก็ไม่ได้เขียนเรื่องนี้นาน

(เขียนครั้งแรกตอนไหนนะ...ซักม.1 ม.2ตอนนี้ก็...ปี2.. อื้มม์...)

คนที่มีเวลาว่างเหลือเฟือก็ลองอ่านเล่นดูได้นะครับ

เป็นฟิกไร้สาระที่...เปลืองเนื้อที่สมองน่ะ... (พูดแบบนี้แล้วใครจะอ่านฟะ?!)

 

แถมเขียนแบบไม่มีพล็อตล่วงหน้าอีกต่างหาก....

(ไม่อ่านทวนด้วยมีอะไรแหม่งๆเชิญรุมด่าครับ น้อมรับ...)

 

 

 

 

อ้อ!! ข้างล่างๆมีสปอยโมโตจิกะคุงกับโมโทนาริคุงตอนที่1 นะครับ สนใจลากไปดูได้

 

::ย้ายมาข้างบน::

 

ทั้งๆที่พิมพ์ใส่เวิร์ดก็สวยงามดีแท้ๆ แถม7หน้าพอดีเลยด้วย

(แต่อ่านจริงๆยังไงก็แค่5 lol)

เผื่อคิดสั้นอยากเก็บ จิ้มโลด (จริงๆคืออ่านในเวิร์ดมันดีกว่าจริงนะ T3T)

อ่านในบลอคมันจะติดเป็นพรืดหายนะชัดๆ (แก้ไม่หายซักทีด้วย...) 

.

.

.

.

.

.

 

 

ความเดิมตอนที่แล้ว :

 

กลุ่มB.A.S.E ได้ทำการต่อสู้อย่างดุเดือดกับกลุ่มA.C.I.D

จนต้องมีผู้สังเวยชีวิตไปเป็นจำนวนมาก

แต่ที่สุดแล้ว บทตัดสินแห่งชะตากรรมก็มาถึงจุดสิ้นสุดจนได้

ใครกันที่จะเป็นผู้ชนะในสงครามครั้งสุดท้ายนี้?  

ม่านแห่งโชคชะตาได้คลี่ออกแล้ว!!!!  

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

อุ

 

.

โซ

.

 

ดะ

.

!

 

ตอนพิเศษมันจะมีความเดิมตอนที่แล้วได้ไงฟะ!!!

แถมวันนี้มันวันทานาบาตะนะว้อยยยย ไม่ใช่เอพริลฟูลเดย์!!!

....จริงๆแล้วโม้ไปงั้นแหละค้าบบบบบบบ

เชิญดูเนื้อเรื่องตอนพิเศษได้เลยคร้าบ คราวนี้ไม่หลอกแล้วคร้าบ...

 

 

B.A.S.E    &    A.C.I.D

 

 

ยะฮู้ววววว ในที่สุดก็ถึงเทศกาลทานาบาตะแล้ว!!!!!! เรามาเขียนคำอวยพรลงในกระดาษกันเถอะ!!”

เสียงใสๆของเด็กหนุ่มพูดขึ้นอย่างเริงร่า แถมในมือยังถือกระดาษ

หมึกและกิ่งต้นไผ่ครบครันแสดงเจตจำนงตัวเองชัดเจนว่ามีความต้องการร่วมงานเทศกาลเต็มที่

เห~? เอาสิๆ น่าสนุกดีนะ

เวส ตำรวจสาว(แต่ดันมากบดานกับพวกมาเฟีย)พูดอย่างเห็นด้วย

ว่าแต่...คิดยังไงจะมาร่วมเทศกาลเนี่ย เห็นทุกปีไม่เคยเห็นจะเข้าร่วม

“แต่ที่น่าถามกว่าคือ ‘ไปเอาไอ้อุปกรณ์พวกนี้มาจากไหน’ นะครับ” 

ซีลรอสหรี่ตามองจูดัสน้องชายตนอย่างจับผิด ส่วนอิกไนท์ยิงมุก(แป้กๆ)ด้วยใบหน้าและน้ำเสียงเรียบเฉยตามฟอร์ม

อะร้าย แค่นานๆทีอยากหาอะไรทำนอกจากนั่งๆนอนๆอยู่แต่ในห้องสุดโสไม่เห็นเดือนเห็นตะวันเท่านั้นเอง

เอิ่ม...คิดไปเองรึเปล่านะ ไอ้คำตอบเนี้ยะน่ะ กัดคุณเจ้าของห้องเต็มเม็ดเต็มหน่วยเลยนี่หว่า

ส่วนของพวกเนี้ย ชั้นเห็นมันหมกอยู่ส่วนลึกของมุมห้องน่ะ

ยังใหม่เอี่ยมอ่องเหมือนมีใครบันดาลลงมาให้เพื่อวันนี้โดยเฉพาะเลยเนอะ

ส่วนไอ้คำตอบเนี้ยะ กัดตู(คนเขียน)ใช่ม้ายยย ใช่เส่ะ!! ห้องที่พวกเอ็งอยู่เนี่ย

หาให้ตายก็ไม่มีกระดาษสำหรับเขียนคำอวยพรหรือกิ่งไผ่ไว้แขวนคำอวยพรที่เข้ากั๊นเข้ากันกับงานเทศกาลหรอกเฟ่ย!!

แต่ก่อนที่ทุกคนจะเอื้อมไปหยิบกระดาษและปากกาในมือของจูดัส กลับมีเสียงๆหนึ่งดังขึ้นมา   

นี่ พวกนาย...

ชั้นเอากระดาษสีฟ้านะ      (เวส)

....ขอสีปกติ         (อิก)

ส่วนชั้นสีแดง~ (จะได้เร็วขึ้นสามเท่า~)        (จู)

จะสีไหนก็เหมือนกันแหละเฟ่ย (ถ้าไม่มีเขามันก็เปล่าฟระโยชน์ เอ๊ย ไม่ใช่)            (ซีล)

สมาชิกทั้งสี่ก็ยังคงเริ่มบทสนทนากันต่อไปหาได้ฟังเสียงที่ขัดไม่...

เฮ่ยยยยย ช่วยฟังตูพูดนิดนึงได้ม้ายยยยยยยยยยยย แค่นี้ก็จืดจางจะแย่แล้วว้อย!!!!!!!!”

 

 

 

Special Mission : Tanabata Day ‘Let’s wish and write your hopes!’  

 

 

อ่ะแฮ่ม! พวกนายไม่คิดหรือว่า เทศกาลนี้น่ะมันหลอกลวงพวกไร้สมองชัดๆ

หัวเน่าแก๊งค์มาเฟียต๊อกต๋อย เบลซพูด(ต่อ)อย่างวางมาดสุดฤทธิ์

แถมยังหยิบไม้อะไรเข้าปากทำหยั่งกะว่าเก๊กมาดดูดบุหรี่จะเท่ซะเต็มประดา

จริงๆแล้วไม่มีเงินซื้อบุหรี่จริงๆมาดูดใช่มั้ยหล่ะ

ก็นะ อยู่ในห้องเล็กๆขนาดแมวดิ้นตายในสุดซอกหลืบลิบๆของโกดังร้างที่ค่าเช่าไม่ต้องจ่าย

แถมทั้งๆที่สภาพอนาถขนาดนั้น ก็ยังสะเออะเอาชุดเครื่องแบบเหมือนพวกขุนนางอังกฤษ*มาใส่อีก

(*จริงๆเหมือนเครื่องแบบพวกชินเซ็นกุมิมากกว่า  สารภาพเบลซมีต้นแบบภายนอกมาจากฮิจิคาตะในกินทามะแหละ)

อะไรจะสะเหร่อขนาดนี้ ไม่แปลกเลยซักนิดที่คนจะดูไม่ออกว่าเป็นพวกมาเฟีย

ไม่สิ จริงๆมันก็มั่วนิ่มขึ้นมาเองชัดๆนี่หว่า

มาเฟียบ้าอะไรทั้งแฟมิลี่มีแค่2ชีวิต แถมมาคอยดักจับคนไม่รู้อีโหน่อีเหน่เข้าแฟมิลี่ตัวเองอีกต่างหาก

แบบนี้มันพวกบ้าชัดๆ แล้วก็นะ....“เดี๋ยว!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

ไอ้คำบรรยายด่าทอนตูข้าสารพัดแถมยาวยืดนี่มันอะร้ายยยยยยย

แกอย่ามามั่วนิ่มพากษ์คำบรรยายสั่วๆต่อท้ายเอาเองสิเฟ่ย!!!!!!”

“ชิ”

อิกไนท์สบถทั้งๆที่น้ำเสียงและสีหน้ายังตายด้านเช่นเดิม(เวส: ดูท่าจะแอบเก็บกดไม่น้อยเลยนะนาย... /

จูดัส: มันสบถด้วยหล่ะ...)

“อ่ะแฮ่ม...”

เบลซกระแอมอีกรอบ ก่อนจะจัดเครื่องแบบให้เข้าที่แล้วพูดต่อ 

“ถ้าเขียนคำอธิษฐานลงไปแล้วเอาไปแขวนกับต้นไผ่นั่นแล้วจะทำให้คำอธิษฐานเป็นจริงจริงๆหล่ะก็

พวกนายลองคิดดูสิ ถ้าทุกคนเขียนคำอธิษฐานเหมือนกันหมดแล้วอะไรจะเกิดขึ้น...”

"......................................"

ทุกคนนิ่งเงียบลง บรรยากาศดูมาคุขึ้นมาถนัดตา
.....................................
............................
......................
.................
.............
.......
.....
...
ความเงียบยังคงปกคลุมอยู่อย่างนั้นราวกับว่าหากใครพูดก่อนจะถูกเอ้าท์ออกจากเกมแข่งความอดทนทันที 


“ล....” 


แต่แล้วก็มีเสียงแห่งปาฏิหาริย์ดังขั้น!!!!!!


“แล้วไงอ่ะ”

จูดัสพูดขึ้นมาคนแรกด้วยสีหน้าเหม็นเบื่อMAX

“อย่าบอกนะว่าที่นายจะพูดมีแค่นี้น่ะ ไอ้ตัวแถมคุณหัวหน้าเออร์แรนท์”

ซีลรอสพูดต่อด้วยสีหน้าเหม็นเบื่อไม่แพ้คนข้างบน

(เบลซ: ตูเป็นหัวหน้าว้อยยย ไอ้คนที่เอ็งยกระดับนั่นน่ะมันลูกน้องตูว้อยยย ลูกน้อง!!!!

เออร์แรนท์: ………….. /ตบบ่าเบลซแปะๆเป็นเชิงปลอบ+ให้สงบใจไว้โยม)

“นี่นายต้องการพูดอะไรกันแน่ (ไอ้)คุณมาเฟียของเก๊?”

เวสก็พูดด้วยสีหน้าเหมือน2คนแรก

(เบลซ: ช่วยเอาคำต่อท้ายออกไปมันจะตายมั้ย...)

“...นี่มันก็จะ3หน้าwordแล้วนะ ช่วยพูดสั้นๆไม่ให้หลุดหน้ากระดาษจะได้มั้ย”

อิกไนท์บอกเสียงเรียบเฉย แต่ก็ฟันธงได้เลยว่าไอ้หมอนี่ก็เหม็นเบื่อไม่แพ้3คนข้างบน

“แค่พวกเอ็งพูดมันก็กินไปจนเหลือแค่บรรทัดเดียวแล้วว้อย!!!!!!!! (มันจะไปยัดลงหมดได้ไงฟะ!!!!!)”

“อ่ะแฮ่ม....”

เบลซกระแอมเป็นรอบที่3ของวัน... (เออร์แรนท์: เป็นหวัดรึเปล่านะครับ? / เบลซ: อุรุไซ!!!!!!)

“ชั้นจะพูดว่- -” “เดี๋ยวก่อน!!!!”

ทุกคนต่างก็หันมองตามต้นเสียงอย่างรวดเร็วโดยพร้อมเพรียง (เบลซ: ทีตอนข้าพูดขัดทำไมไม่มีใครสนใจเลยฟะ

ทีแบบนี้... / เออร์แรนท์ตบบ่าเบลซแปะๆ)

“เซราฟ ราเวน!!”

ใช่แล้ว... คนที่โผล่มาคือ เซราฟ ราเวน หัวหน้ากลุ่มA.C.I.D ผู้ที่เป็นคู่แข่งฟ้าประทานกับเบลซ(ฝ่ายเดียว?)นี่เอง

พร้อมด้วยผู้ติดตามสองคนที่โผล่มาแล้วในเนื้อเรื่องหลัก....

(จูดัส: เอ...ชื่ออะไรนะ? โอคุนิกับนามิ?)

(เวส: ไม่ช่าย นิโอะกับเอริต่างหาก!)

(ซีลรอส: ไม่ใช่! อานิคิกับยูเอะต่างหากหล่ะ)

(อิกไนท์: ...มั่วทั้งสามคนแหละครับ เซบาสเตียนกับอลิซาเบธต่างหาก)  

(x3: แกแหละที่มั่วที่สุด!!)

“ ‘โอนิ’ กับ ‘ริเอะ’ ครับ”

“อ๊ะ ใช่ๆๆ เห็นม้า~ ของชั้นใกล้เคียงสุดเลย - -”

ก่อนจะพูดจบประโยคเด็กหนุ่มและผองเพื่อนหันไปมองทางต้นเสียง พบโอนิกำลังส่งยิ้มละไมให้

แต่ฉากหลังกลับมีรังสีอำมหิตพวยพุ่งผิดกับใบหน้าจริงๆให้ดิ้นตาย...

“ก...โกเมนนาไซ...”

“ก่อนอื่นช่วยเรียกผมว่า ‘โชโอยะ’ ด้วยแล้วกันนะครับ (เพราะพิมพ์ ‘เซราฟ’ แล้วคนเขียนเค้าสับสน)”

“เรื่องนั้นช่างมันก่อนได้มั้ย!!!!? แล้วแกเสนอหน้ามาได้ไงฟะ!!!!!!!!!!!!!!!!

(นี่มันฐานทัพลับของแก๊งค์ข้านะเฟ่ย!!!!! แถมยังหันไปพูดกับใครนั่น!! คนดูเรอะ?!!!)”

เบลซล้มโต๊ะอย่างเหลืออด แทบจะพุ่งไปมีมวยกับชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า แต่ถูกเออร์แรนท์รั้งแขนไว้ก่อน

“ใจร้อนเหมือนเดิมเลยนะ นี่มันแค่ตอนพิเศษเองน่า

คิดซะว่าเป็นovaหรือตอนเสริมที่เป็นพาราเรลไม่เกี่ยวกับเนื้อเรื่องหลักแต่อย่างใดก็แล้วกัน ตามนั้นนะ?”

โชโอยะใช้อำนาจมิติที่1เผด็จการเสร็จสรรพ ดังนั้นเป็นไปตามนั้นแหละนะทุกคน....

“ ‘ตามนั้นแหละนะทุกคน’ อะไรฟะ!!!!!!!!!!!!!!!”

“นี่...ว่าแต่นายมีเรื่องจะพูดให้พวกเราฟังไม่ใช่เหรอ? (มัวแต่เวิ่นเว้ออยู่ได้เปลืองหน้ากระดาษรู้มั้ย)”

เวสทักขึ้นเพื่อไม่ให้เรื่องออกทะเลไปมากกว่านี้  

"......................................"

และเรื่องก็ดำเนินเข้าทางหลักอีกครั้ง....

“ชั้นจะพูดว่- -” “อ๊ะ!!!!”

คราวนี้เป็นเสียงริเอะที่ร้องขึ้นมา

“มีอะไรเหรอริเอะจัง?”

ซึ่งทุกคนก็ยังคงให้ความสนใจในเสียงร้องทักของเด็กสาวฝ่ายศัตรูมากกว่าหัวหน้าฝั่งตัวเองเช่นเดิม...

“จริงๆแล้ว พวกชั้นจะมาพูดน่ะว่า ตามหลักแล้ว มันต้องมีการพูดเกริ่นนำถึงเทศกาลนั้นๆก่อนจะอ้างถึงไม่ใช่เหรอ

อย่างจะพูดถึงเทศกาลทานาบาตะก็ควรที่จะเกริ่นประวัติทานาบาตะให้ฟังก่อน เพื่อให้คนอ่านที่ยังไม่รู้จักเทศกาลนี้

เข้าใจสิ่งที่นายจะอธิบายต่อไปไง”

โอนิรับช่วงอธิบายต่อเพื่อให้ได้บทโดยทั่วกัน (พวกนายมาเพื่อมีบทแค่นี้แหละ by คนแต่ง)

“ชิ ทำไมชั้นต้องฟังคำพูดของฝ่ายศัตรูด้วยฟะ แต่ถ้ามันเป็นกฎก็ช่วยไม่ได้ เออร์แรนท์! ช่วยเล่าประวัติทานาบาตะทีซิ!

เอาแบบย่อๆนะ! (เดี๋ยวเรื่องยาวเกินไป)”

“........ครับ เทศกาลทานาบาตะนั้น

               มันมาจากเรื่องราวของหญิงทอผ้ากับชายเลี้ยงวัวที่จะมาพบกันได้แค่วันที่7เดือน7ของทุกปีเท่านั้น

เพราะเมื่อก่อนไปก่อเรื่องไม่ดีไม่งามเอาไว้เลยถูกลงโทษน่ะ (เดี๋ยวก่อน ช็อตโตะมัตเตะ ภาษามันดูบิดเบือนอยู่นะ

แบบนี้ดูเหมือนว่าทั้งคู่เป็นหนุ่มสาวใจแตกแอบคบกันแล้วถูกผู้ใหญ่จับได้ เลยถูกจับแยกกันเลยไม่ใช่เรอะ!?)

แล้วคนก็เลยถือโอกาสเอาเรื่องราวแสนน่าเศร้านี้มาเขียนคำอธิษฐานแก่ดาวทั้งสองซะเลย แถมเชื่อซะด้วยนะว่า

‘พรจากดวงดาวจะทำให้คำอธิษฐานเป็นจริง’ เรื่องมันก็เป็นแบบนี้แหละ”  

(นอกจากจะบิดเบือนแล้ว ยังตัดตอนกระจายจนไม่รู้เรื่องอีกต่างหาก นี่เอ็งตั้งใจเล่าแน่เรอะ!!?)

*หมายเหตุ* ในวงเล็บนั่นคือสิ่งที่ผู้ฟังได้แต่คิดในใจไม่กล้าพูดขัดขึ้นมา...

เพราะด้วยมาดและน้ำเสียงของเออร์แรนท์ที่ฟังดูน่าเชื่อถือทำให้หาช่องตบมุกได้ยากยิ่ง...เรอะ?!!

“เป็นตำนานที่ซาบซึ้งจริงๆ ที่คุณหัวหน้าว่ามาแบบนี้ ชั้นก็พร้อมที่จะเชื่อ- -”

ซีลรอสกล่าวขึ้นพร้อมกับปาดน้ำตาที่ขอบตา

“อย่าเพิ่งเชื่อสนิทเพราะแค่มาดมันให้ได้มั้ย?!!!”

“.....ที่ชั้นจะพูดคือ งานเทศกาลทานาบาตะน่ะมันมีมานานแล้วใช่มั้ยหล่ะ?

ถ้าจะให้เจาะลงไปคือได้รับมาจากจีนประมาณสมัยเฮย์อัน

ซึ่งก็ถือว่ามีมาก่อนที่จะเกิดสงครามกลางเมืองในยุคเซนโกกุซะอีก

ถึงจริงๆมันจะมาฮิตในสมัยเอโดะก็เถอะแต่มาลองมาคิดดูสิว่าถ้าพวกไดเมียวทั้งหลายในยุคนั้น

พร้อมใจกันเขียนคำอธิษฐานลงไปในกระดาษแล้วเอาไปแขวนกับกิ่งไผ่กันหมดอะไรจะเกิดขึ้น?

 

 

                                            ครองใต้หล้า

 

 

 

พวกนั้นต้องพร้อมใจกันเขียนแบบนี้แน่ๆ แล้วแบบนี้เจ้าหญิงทอผ้ากับชายเลี้ยงวัวไม่สิ แล้วแบบนี้ดาวVega กับ Altair

จะบันดาลพรให้ใครกันหล่ะ!!!!!!? จะให้ทุกคนได้ ‘ครองใต้หล้า’ ก็เป็นไปไม่ได้ใช่มั้ยหล่ะ!!!!!

แค่เขียนคำอธิษฐานในวันที่7เดือน7 แล้วเอาไปแขวนกิ่งไผ่มันจะทำให้คำอธิษฐานเป็นจริงได้ยังไง!!!!!!??

ดูยังไงเรื่องนี้มันก็เป็นแค่เทศกาลหลอกคนโง่เท่านั้นแหละ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

เบลซพูดสิ่งที่ค้างคาอยู่ในใจจนจบพร้อมๆกับตบโต๊ะลั่นราวกับชี้ขาดคำตัดสินก็ไม่ปาน 

"......................................"

ทุกสรรพสิ่งเงียบลงอีกครา....

“...เบลซ”

“หือ อะไร?”


“จริงๆแล้วนายคงเคยเขียนคำขอลงในกระดาษตามเทศกาลแล้วมันไม่เป็นจริงตามที่หวังใช่มั้ยหล่ะ?”

 


เปรี้ยง!!!

ราวกลับมีอัสนีบาตฟาดลงกลางกบาลชายที่ชื่อว่าเบลซ.....


“น่าสงสารจริงๆนะ”

หลังจากย้อนคำพิพากษาไปแล้ว โชโอยะยังคงยืนค้างอยู่ในท่าชี้นิ้วเช่นเดียวกับนายทนายที่คุ้นหน้าคุ้นตากันอยู่

และหากเรื่องนี้เป็นมังกะก็คงมีคำว่า ‘Objection!’ อยู่ตรงแบล็คกรานด์เป็นแน่แท้ ส่วนเบลซลงไปนั่งคุกเข่าลงกับพื้น

หยดหงื่อผุดขึ้นบนใบหน้าไหลลงมาที่คาง... สภาพไม่ต่างอะไรกับคนที่พ่ายแพ้เกมการ์ดในยู*โอ...

“เป็นงั้นจริงๆเรอะ?!!!”

เวสตะคอกใส่อย่างตกใจระคนเสื่อมศรัทธา

“ไอ้ทฤษฎีที่ฟังดูสวยหรูนั่นที่แท้ก็แค่กลบเกลื่อนเรื่องน่าอายของตัวเองในอดีตนี่เองสินะ...”

ซีลรอสเอ่ยด้วยน้ำเสียงซีเครียดพร้อมกับปาดเหงื่อที่หน้าผาก 

“เหมือนพวกเด็กที่ไม่ได้ของจากซานต้าเลยเกลียดวันคริสต์มาสแล้วเอาแต่พูดว่า

‘ของแบบนั้น(ซานต้า)น่ะไม่มีอยู่จริงหรอก!’แบบนั้นสินะ”

จูดัสพูดด้วยสีหน้าซีเครียดไม่แพ้กับพี่ชายตัวเอง 

ส่วนอิกไนท์ไม่ได้พูดอะไร แต่ส่ายหน้าและหยิบสายหูฟังขึ้นมายัดหู...

เป็นพฤติกรรมที่แสดงออกชัดเจนว่า ‘เอือมสุดๆ’

“คุณหนูริเอะ โตขึ้นอย่าเป็นผู้ใหญ่แบบนี้นะครับ (เกี่ยวก้อยสัญญากันนะ)”

โอนิลูบหัวริเอะด้วยสีหน้าเป็นห่วงอย่างสุดซึ้ง แถมยื่นนิ้วก้อยกะสัญญากันจริงๆอีกต่างหาก 

“ค่ะ”

ริเอะรับมุกต่ออย่างสวยงาม ยื่นนิ้วก้อยไปเกี่ยวก้อยสัญญาว่าจะไม่ยอมเสื่อมแบบตัวอย่างเบื้องหน้าเด็ดขาด

“เอาหล่ะ!! งั้นเรามาเขียนคำอธิษฐานกันเถอะ!!! (จู่ๆก็มีกระดาษเพิ่มขึ้นมาจากไหนไม่รู้

เหมือนรู้เลยเนอะว่าจะมีคนมาเพิ่ม~)”

จูดัสพูดขึ้นเสียงใส ก่อนจะส่งกระดาษและหมึกปากกาให้ทุกคน 



“เขียนแล้วเอามาแขวนไว้ด้วยกันนะ! แล้วมาดูกันว่าคำขอของใครจะเป็นจริงก่อนกัน!!”



และแล้วงานเทศกาลทานาบาตะก็ดำเนินไปอย่างสนุกสนาน

ทิ้งไว้แต่ชายหนุ่มในชุดดำที่นั่งกอดเข่าอึมครึมในมุมห้องมืดๆ

โดยมีลูกน้องมือขวาคอยตบบ่าปลอบใจข้างๆ

ทั้งยื่นกระดาษและปากกาให้แก่ผู้เป็นนายเพื่อให้ไปร่วมงานเทศกาลกับคนอื่นๆ 

  

 

ความหวังหรือความฝันน่ะมีกันไว้เถอะ ไม่งั้นโตขึ้นจะเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่ได้ความนะ!

 

 

::MISSION COMPLETED::

 

ก๊อปจากเวิร์ดเลยติดเป็นพรืด (แถมเอาใส่ในโอเปร่าแล้วลูกเล่นหายเกลี้ยง)

ใจอยากจะอัพกระดาษเขียนคำอธิษฐานของทุกคนด้วย แต่เน็ทระทม

เหมือนว่าเค้าจะแขวนคำอธิษฐานในสมัยเอโดะ  แต่ข้อมูลไม่ชัด ช่างมัน.. 

.

แถมท้ายอีกหน่อย

ภาพฮิจิภาพนี้แหละที่เป็นต้นแบบของเบลซ (และเป็นภาพที่ทำให้ชอบฮิจิตั้งแต่ก่อนอ่านกินทามะ lol)
    

 

ตอนนั้นชอบเจ้านี่เพราะหน้าตา ยูนิฟอร์มกับดาบคาทาน่าเท่านั้น นิสัยไม่รู้เลยซักนิด lol

ลงวันที่ วันที่ 7 เดือน 7 ปี 2009
(แต่อัพเลทเพราะเหตุหลายประการ orz)
.


.

[คำเตือน] ติดสปอยมินิบาซาร่าโมโตจิกะคุงกับโมโตนาริคุงตอน 1

*หมายเหตุ- โหลดโหดมีแต่ภาพ ไร้ซับนรก เออร์เรอร์อีกจะยกยอดไปเอนทรี่หน้า

.

.

.

 

ดูแล้วชอบ2คนนี้มากขึ้นนะ (โดยเฉพาะอานิคิ lol)

 

เป็็้นเรื่องสั้นที่เสื่อมอะไรเช่นนี้!!

 

เจอกันใหม่เอนทรี่หน้าครับ!